Search
  • narayamit

9 กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการเรียนออนไลน์

Updated: Nov 11, 2020


นักเรียนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากการเรียนหลักสูตรปริญญาออนไลน์กันเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในปี 2017 นักเรียนกว่าหกล้านคนลงทะเบียนเรียนออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งคอร์สเพื่อนำมาช่วยในการเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน หรือให้ปริญญาเป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จที่ตนเองคาดหวังไว้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จำนวนการลงทะเบียนเรียนออนไลน์นั้นเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากหลักสูตรปริญญาออนไลน์สามารถนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ผู้เรียน อีกทั้งการเรียนยังมีความยืดหยุ่นสูงอีกด้วย คุณสามารถที่จะเรียนคอร์สออนไลน์เมื่อไหร่ เวลาไหน สถานที่ใดก็ได้ ที่คุณสะดวก ทำให้ง่ายต่อการเรียนจบปริญญาโดยที่คุณสามารถจัดการเวลาการทำงาน และมีเวลาให้ครอบครัวของคุณ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน การเรียนออนไลน์ยังช่วยให้คุณเข้าถึงหลักสูตรชั้นนำในต่างประเทศที่ยากต่อการเข้าถึงอีกด้วย การเรียนออนไลน์นั้นง่ายกว่าจริงเหรอ?

มีความเข้าใจผิดกันมากที่ว่าการเรียนปริญญาออนไลน์นั้นง่ายกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัย ในความเป็นจริงนั้นหลักสูตรออนไลน์มุ่งเน้นในสิ่งเดียวกันกับหลักสูตรการเรียนในห้องเรียนแบบดั้งเดิม แต่สิ่งต่างกันที่นักเรียนออนไลน์พบอาจเป็นเรื่องของสิ่งรบกวนภายนอกต่างๆ เช่น มีเด็กๆอยู่ในบ้านขณะเรียน และ ภาระงานของตนที่มีอยู่ อาจทำให้รู้สึกว่าการเรียนมียุ่งยากมากขึ้นหากคุณไม่มีความพร้อม แต่หากคุณพัฒนาศักยภาพเพื่อการเรียนรู้ออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะพบว่าหลักสูตรออนไลน์นั้นเป็นทางเลือกที่ดี ทั้งนี้เราจึงมีวิธีต่างๆ ที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการเรียนออนไลน์ได้ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคุณจะได้รับประโยชน์สูงสุดในการเรียนในครั้งต่อๆไป 9 กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการเรียนออนไลน์ 1.มีการจัดระบบ ก่อนเปิดภาคเรียน คุณต้องมั่นใจว่าคุณมีสื่อการเรียนที่สามารถเข้าถึงระบบการเรียนการสอนที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ทั้ง e-books อุปกรณ์การเรียนออนไลน์ และเว็บไซต์การเรียนการสอน  ใช้เวลาในการฝึกฝนทบทวนระบบออนไลน์เพื่อเตรียมพร้อมในวันแรกของการเปิดภาคเรียน วิธีนี้ช่วยให้คุณมุ่งสนใจในการเรียนมากกว่าการที่จะต้องเข้าห้องเรียน เพื่อจดบันทึกการบรรยายในห้านาที เช่นเดียวกันกับการเข้าเรียนในห้องเรียน คุณต้องแน่ใจว่าคุณมีอุปกรณ์การเรียนพร้อมในการจดบันทึกที่ดี และคุณควรบันทึกบทเรียนของคุณตลอดภาคเรียนเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการสอบปลายภาค

2.จัดพื้นที่ทำงาน จัดสร้างพื้นที่ และบรรยากาศสำหรับการเรียนรู้ สถานที่ที่คุณนั่งทำงานหรือเรียนเป็นกิจวัตร ซึ่งนักเรียนแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนทำงานได้ดีในขณะที่เปิดเพลงฟังไปด้วย บางคนต้องการความเงียบสงบ ซึ่งนักวิจัยค้นพบว่า รูปแบบในการจัดพื้นที่ส่วนตัวแต่ละแบบนี้สามารถส่งผลต่อประสิทธิผลในการเรียนรู้ของคุณ  และไม่ว่ามุมทำงานของคุณจะอยู่ที่ไหน จะเป็นโต๊ะห้องครัว หรือมุมแผงลอยในร้านกาแฟท้องถิ่น อย่าลืมว่าคุณจำเป็นต้องมีอินเตอร์เน็ตที่ดีที่สามารถเข้าถึงหลักสูตรการเรียนการสอนได้ ในการเลือกพื้นที่ทำงานหรือเรียนรู้ คุณต้องพยายามจำกัดสิ่งยั่วยุต่างๆออกไปให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าคุณจะเรียนออนไลน์หรือเรียนในห้องเรียนก็ตาม หากคุณอยู่ที่บ้าน ให้หยุดสิ่งกระตุ้นต่างๆที่จะดึงความสนใจของคุณไป เช่นการเปิดทีวี หรือการซักผ้า ในการเรียนออนไลน์ ลองใช้แอพฯ Freedom หรือ ColdTurkey ในการหยุดสิ่งรบกวนและบล็อกเว็บโซเชียลมีเดียต่างๆไว้ก่อน เพื่อที่จะทำให้คุณมีสมาธิในการฟังบรรยายมากขึ้น

3.หาวิธีที่ทำให้เรียนได้ดีที่สุด เมื่อคุณสร้างพื้นที่เรียนของคุณได้แล้ว ให้คุณคิดว่าเมื่อไหร่ และทำอย่างไรที่คุณจะทำให้การเรียนบรรลุเป้าหมาย หากคุณเป็นคนตื่นเช้า ให้คุณแบ่งเวลาช่วงเช้ามาเรียนเป็นอันดับแรก หรือผู้ที่ชอบใช้ชีวิตในตอนกลางคืน สละเวลาหนึ่งหรือสองชั่วโมงหลังทานอาหารเย็นให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ และถ้าหากลูกของคุณต้องการเวลาของคุณทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น คุณสามารถใช้เวลาเรียนในช่วงระหว่างวันขณะที่ลูกๆอยู่ที่โรงเรียนก็ได้ ดื่มกาแฟ เปิดเพลง และทำสิ่งต่างๆที่คุณต้องการในมุมของคุณเพื่อให้พร้อมต่อการเรียนรู้ แต่ละคนมีวิธีเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นลองคิดดูว่าข้อมูลประเภทไหนที่ช่วยให้คุณเข้าใจแนวคิดใหม่ ๆ และใช้กลยุทธ์ที่ทำให้คุณเรียนรู้ได้มากที่สุด หากคุณเป็นผู้เรียนที่ต้องเห็นภาพประกอบ เช่น ต้องมีวีดีโอบรรยายต่างๆในการสอน หรือเรียนโดยใช้การฟังเป็นสำคัญ คุณต้องสามารถจัดการเวลาในการทบทวนฟังหรือดูวีดีโอการเรียนการสอนนั้นซ้ำๆ

4.จัดทำตารางเวลา เนื่องจากการเรียนออนไลน์ไม่มีอาจารย์เช็คชื่อ การจัดสรรเวลาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก คุณควรดูหลักสูตรคร่าวๆก่อนวันเรียนวันแรกจะมาถึง จดบันทึกหัวข้อสำคัญๆเอาไว้ก่อน และจดเอาไว้บนปฏิทินเพื่อให้ทราบว่าคุณมีภาระงานอะไรบ้างในสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง อย่าลืมที่จะตรวจสอบและจัดสรรธุระของคุณที่มีล่วงหน้า ที่อาจรบกวนตารางเรียนของคุณ เช่น วันแต่งงาน หรือ วันหยุดพักร้อนต่างๆ เพื่อให้คุณมีเวลามากพอที่จะทำงานที่คุณได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้น ให้คุณมุ่งมั่นที่จะทำให้การเรียนออนไลน์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำสัปดาห์ของคุณ แบ่งสรรภาระงานของคุณเป็นส่วนๆ โดยอุทิศเวลาสักสองถึงสามชั่วโมงต่ออาทิตย์ในการอ่านหนังสือ ดูบรรยาย เขียนงาน เรียนรู้ และ เข้าร่วมการออกความเห็น หลังจากนั้นให้คุณเตือนตนเองให้ทำงานจนบรรลุเสร็จสิ้น ปฏิบัติต่อช่วงเวลาเหล่านี้ที่กำหนดอย่างจริงจังเช่นเดียวกับการเรียนแบบตัวต่อตัว แสดงให้คนอื่นรู้ว่าคุณไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าวและใช้พื้นที่ทำงานที่คุณกำหนดอย่างสม่ำเสมอ จัดสรรเวลาและให้สิทธิ์ตนเองในการไปทำงานอื่น ๆได้ เมื่อหมดเวลาเรียนแล้ว

5.กระตือรือร้นในการมีส่วนร่วม คิดริเริ่มโดยการอ่านสื่อการเรียนการสอน เข้าถึงเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์ ค้นคว้าเพิ่มเติมตามความจำเป็น นักเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิผลมุ่งเน้นไปที่การได้รับคำแนะนำและนำสิ่งนั้นไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนในอนาคต นักเรียนที่ใช้เวลาในการมีส่วนร่วมกับอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นมักจะประสบความสำเร็จมากที่สุดในชั้นเรียน

6.มีการติดต่อสื่อการอยู่เสมอ เพียงเพราะคุณไม่ได้เรียนอยู่ในสถานที่เดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สามารถจะรู้จักเพื่อนร่วมชั้นได้ คุณต้องสร้างสัมพันธ์กับนักเรียนคนอื่นๆโดยแนะนำตัวคุณและสานสัมพันธ์กับเพื่อนในบอร์ดออนไลน์ พยายามที่จะถาม-ตอบในบอร์ดเพื่อพัฒนาความเข้าใจในการเรียนการสอนต่างๆและสานสัมพันธ์กับนักเรียนคนอื่นๆ  เพื่อนของคุณอาจเป็นทรัพยากรที่มีค่าให้คุณเมื่อคุณเตรียมสอบ หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย การสร้างสัมพันธ์กับนักเรียนคนอื่น ๆ ในห้องเรียนออนไลน์จะทำให้คุณมีกลุ่มเพื่อนที่ร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน และอย่ากลัวที่จะเข้าหาอาจารย์ผู้สอนโดยการแนะนำตัว หรือถามคำถามเมื่อคุณมีข้อสงสัย เพราะพวกเขาเต็มใจและมีความกระตือรือร้นที่ในการมีส่วนร่วมกับนักเรียนทั้งในแบบตัวต่อตัว หรือแม้กระทั่งการสอนออนไลน์ก็ตาม และหากคุณมีข้อสงสัย ให้คุณส่งอีเมลล์ขอความช่วยเหลือทันที อย่ารอจนกว่างานใกล้ครบกำหนด หรือถึงวันรายงานปัญหาที่พบ

7.มีจิตใจที่เปิดกว้าง นักเรียนออนไลน์หลายๆคนรู้สึกสบายใจที่จะแบ่งปันความคิดเห็นอย่างเปิดเผยมากกว่าการเรียนในห้องเรียน การเรียนออนไลน์ทำให้ผู้เรียนกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและสามารถจัดการความคิดของพวกเขาก่อนที่จะทำการโต้ตอบหรือแสดงความเห็น การมีจิตใจที่เปิดกว้างนั้นช่วยให้ผู้เรียนมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเนื้อหาในบทเรียน และช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อีกด้วย

8.ถามคำถาม นักเรียนออนไลน์ที่ดีต้องกล้าที่จะถาม ต้องกล้าที่จะขอความชัดเจนเพื่อให้เข้าใจในเนื้อหา หรือขอข้อแนะนำจากเพื่อนๆ และ อาจารย์ผู้สอน การที่นักเรียนมีความกล้านี้จะทำให้เข้าใจในบทเรียนและมีความรู้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ในการเรียนออนไลน์จะมีกลุ่มสำหรับการถาม-ตอบ แสดงความคิดเห็นต่างๆในเรื่องบทเรียน ซึ่งพื้นที่นี้อนุญาตให้นักเรียนทุกคนเข้ามาถามคำถามต่อนักเรียนคนอื่นๆและอาจารย์ผู้สอน ซึ่งอาจารย์จะคอยช่วยเหลือ สนับสนุนและให้ความสำคัญกับการตอบคำถามหรือข้อสงสัยในบทเรียนของนักเรียน

9.มีความรับผิดชอบต่อตนเอง คุณควรตั้งเป้าหมายขึ้นมาตั้งแต่เริ่มเปิดภาคเรียนและคอยเช็คผลทุกๆสัปดาห์ เนื่องจากในห้องเรียนดั้งเดิมนั้น คุณจะได้รับการแจ้งเตือนวันส่งงานจากอาจารย์ผู้สอนก่อนวันส่งจะมาถึง แต่ในการเรียนออนไลน์นั้นจะแตกต่างออกไป มันเป็นหน้าที่ของคุณในการจัดสรรเวลาในการทำงานให้เสร็จตามวันกำหนด โดยคุณไม่ควรที่จะทำงานที่ได้รับมอบหมายหนึ่งวันก่อนวันส่งงานมาถึง หากคุณไม่สามารถที่จะจัดสรรเวลาและทำตามแผนที่คุณวางไว้ ลองหาเพื่อนร่วมชั้นของคุณสักคนหรือคนสนิทของคุณในการช่วยกระตุ้นให้คุณทำตามแผนที่วางไว้ โดยให้ช่วยจัดระเบียบ ช่วยกระตุ้นให้ทำตามหน้าที่ แล้วคุณจะได้รับผลประโยชน์ที่คุ้มค่าจากการเรียนออนไลน์ถึงแม้ว่าโลกภายนอกการเรียนออนไลน์ของคุณจะวุ่นวายแค่ไหนก็ตาม จัดการตนเองเพื่อความสำเร็จ การจบหลักสูตรปริญญาออนไลน์นั้นเป็นโอกาสที่ในการทำงานในอนาคตและช่วยให้คุณไต่ระดับการทำงานได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของระยะทางในการเรียนก็ตาม แต่คุณก็สามารถที่จะเคยชินกับมันได้ ลองใช้กลยุทธ์ทั้งเก้าข้อนี้แล้วคุณจะเป็นนักเรียนออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จและยกระดับทักษะของคุณขึ้นไปได้อีกขั้น




#classroom #IGNITE

41 views0 comments